มาเลือกเต็นท์แคมป์ปิ้งกันเถอะ

เต็นท์แคมป์ปิ้ง

การท่องเที่ยวที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นกับชีวิตของคนเราเพราะทุกวันนี้เราใช้ชีวิตในการเรียน หรือการทำงานหนักมากขึ้นทำให้เราโหยหาการพักผ่อนที่ดีมากขึ้นตามไปด้วย โดยหวังว่าการพักผ่อนที่ดีนั้นจะช่วยทำให้ชีวิตที่เหนื่อยล้าได้กลับมาสดใสอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่าตกใจแต่อย่างใด เพราะเวลาทำงานก็ทำด้วยแรงกาย แรงใจ มหาศาล เวลาพักผ่อนก็ต้องเต็มที่เช่นเดียวกัน และอีกหนึ่งการท่องเที่ยงที่เป็นกระแสฮิต ก็คือการไปแคมป์ปิ้ง เพราะนอกจะได้หนีสังคมเมืองที่วุ่นวายแล้ว ยังได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากๆอีกด้วย แต่ก่อนที่จะไปแคมป์ปิ้งได้นั้นเรามาทำความรู้จักและเลือกเต็นท์แคมป์ปิ้งกันก่อนดีกว่า 

ชิ้นส่วนที่สำคัญของเต็นท์แคมป์ปิ้ง

1.เสา หรือ โครงเต็นท์ (Pole) คือโครงสร้างภายในเต็นท์แคมป์ปิ้ง ใช้เพื่อคงรูปร่างและกำหนดขนาดและรูปแบบของเต็นท์ รวมไปถึงความมั่นคงแข็งแรงของตัวเต็นท์ 

2.ฟลายชีท (Fly Sheet) เป็นผืนผ้าใบที่คลุมภายนอกของเต็นท์แคมป์ปิ้งเพื่อกันแดด กันลม กันน้ำฝน และกันแมลงและสิ่งรบกวนจากภายนอก 

3.เชือกขึงเต็นท์ (Guy line) เป็นเชื่อกที่เอาไว้ใช้ขึงยึดโครงสร้างของเต็นท์แคมป์ปิ้งกับส่วนต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน 

4.ผ้าปูพื้น (Ground Sheet) ใช้ปูพื้นด้านล่างของตัวเต็นท์ เพื่อป้องกันดิน น้ำ แมลงต่างๆ เข้ามาภายในตัวเต็นท์แคมป์ปิ้ง 

5.หมุดที่ใช้ตอกเต็นท์ หรือสมอบก (Peg) เป็นอุปกรณ์ที่ยึดโยงตัวเต็นท์แคมป์ปิ้งทั้งหมดเข้ากับพื้นดินเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่เต็นท์แคมป์ปิ้ง 

รูปแบบเต็นท์แคมป์ปิ้งที่เป็นที่นิยม

1.เต็นท์แคมป์ปิ้งแบบโดม (Dome Tent) เต็นท์ที่มีเสาเต็นท์เพียงแค่สองเสาข้างบนของเต็นท์เป็นทรงโดมสามารถระบายอากาศได้ดี พื้นของเต็นท์เป็นรูปสี่เหลี่ยม กางและติดตั้งได้ง่ายน้ำหนักเบา สามารถกางและจัดเก็บได้ง่ายจึงเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ข้อเสียคือมีพื้นที่ใช้สอยน้อย 

2.เต็นท์ป๊อปอัป (Pop-up Tent) เป็นเต็นท์ที่พอแกะออกจากถุงหรือเวลาจะกางติดตั้งพียงแค่คลี่ออกจากถุงก็สามารถทำได้แล้ว มีน้ำหนักเบาสามารถกางและเก็บด้วยตัวคนเดียวได้ใช้เวลาไม่มาก ข้อเสียคือเป็นเต็นท์แคมป์ปิ้งขนาดเล็กเนื่องจากไม่มีเสาเต็นท์จึงไม่ค่อยแข็งแรงสักเท่าไหร่ 

3.เต็นท์กระโจม (Bell Tent) เต็นท์แคมป์ปิ้งที่มียอดแหลมตรงกลาง ข้างในมีเสาเต็นท์เพียงแค่หนึ่งเสาปกคลุมด้วยผ้าใบรอบตัวเต็นท์ กระจายออกไปในบริเวณรอบๆ มีน้ำหนักค่อนข้างมากแต่รูปทรงน่ารัก หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่าเต็นท์มองโกล 

4.เต็นท์อุโมงค์ (Tunnel tent) เต็นท์แคมป์ปิ้งที่มีพื้นที่ใช้สอยเป็นทรงยาวคล้ายอุโมงค์ สามารถใส่ของได้เยอะ พื้นที่ใช้สอยเยอะ มีน้ำหนักเบา แต่ข้อเสียคือกางและติดตั้งได้ยาก อาจจะต้องใช้เวลาทั้งที่กางเต็นท์และเวลารื้อถอนด้วย 

5.เต็นท์แคมป์ปิ้งกึ่งถุงนอน (Bivy Sacks) เป็นเต็นท์ที่มาในรูปแบบของถุงนอน ถือสามารถเอาตัวใส่ลงไปในเต็นท์ได้เลย ตัวเต็นท์คล้ายถุงนอนมากๆ ข้อเสียคือไม่มีอะไรปกป้องบริเวณหนังศรีษะและหน้าเลยแต่ก็เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสอากาศธรรมชาติแบบใกล้ชิดสุดๆ  

6.เต็นท์แคมป์ปิ้งแบบเคบิน (Cabin tent) เป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ที่ข้างในมีพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก สามารถแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นส่วนๆได้ ข้อเสียคือมีน้ำหนักที่มาก และการติดตั้งและการรื้อถอนเต็นท์นั้น เป็นไปได้ยากต้องใช้เวลา